วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา


โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา เป็นโรงเรียนรัฐบาลประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 (ปทุมธานี สระบุรี) ได้รับอนุมัติจากกรมสามัญศึกษาให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายแบบสหศึกษา ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพ ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันมีนายมาโนช  รวยลาภ เป็นผู้อำนวยการ
ในระยะแรกอาศัยอาคารเรียนของโรงเรียนวัดมวกเหล็กนอก (ราษฎร์พัฒนา) มีนักเรียน 46 คน และครู 6 คน มีนายทวี จันทวร เป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงเรียน ต่อมาได้ย้ายมาตังในที่ดินราชพัสดุ ซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) มีเนื้อที่ 41 ไร่ 0 งาน 13 ตารางวา มีอาคารเรียน 1 หลังเป็นแบบ 216 ล ซึ่งเป็น อาคาร 1 ในปัจจุบัน ปีการศึกษา 2521 มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรใหม่ และจำนวนนักเรียนชั้น ม.1 เพิ่มมากขึ้น จึงได้สร้างอาคารเรียนชั่วคราว 1 หลัง [1]
ปีการศึกษา 2522 ได้รับงบประมาณสร้างหอประชุม 1 หลังอาคารโรงฝึกงาน 3 หลัง จำนวน 6 หน่วยอาคารพยาบาลและสหกรณ์จำนวน 1 หลัง
ปีการศึกษา 2527 โรงเรียนได้รับอนุมัติให้เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีแผนการเรียน 2 แผนการเรียน ได้แก่ แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ และแผนการเรียนเกษตรกรรม
ปีการศุกษา 2528 ได้รับอนุมัติให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุในการดูแลขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อสค)เพื่อสร้างสนามกีฬา จำนวน 7 ไร่ 0 งาน 05 ตารางวา
ปีการศึกษา 2531 โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการนำร่อง "การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรมัธยมศึกษา พุทธศักราช 2524 เพื่อประกอบอาชีพอิสระ"ของกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนจึงได้เปิดผนการเรียนอาชีพอิสระเพิ่มขึ้นอีก 1 แผนการเรียน และในปีนี้โรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาการใช้หลักสูตรประจำปีการศึกษา 2532 โรงเรียนได้จัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็น 6-5-5 และในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเป็น 3-2-2 รวมจำนวนห้องเรียน 23 ห้อง
ปีการศึกษา 2533 โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาหลักสูตร มีนักเรียน 802 คน ครู-อาจารย์ 47 คน จำนวนห้องเรียน 23 ห้อง นักการภารโรง 5 คน และพนักงานขับรถ 1 คน
ปีการศึกษา 2546 โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการ"หนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน"
ปีการศึกษา 2555 มีที่ดิน 48 ไร่ 0 งาน 18 ตารางวา มีครู-อาจารย์ 68 คน ครูอัตราจ้าง 8 คน พนักงานราชการ 2 คน มีจำนวนนักเรียน 1,600 มีนักการภารโรง 3 คน พนักงานขับรถ 1 คน
ปีการศึกษา 2556 ปัจจุบันมีที่ดิน 48 ไร่ 0 งาน 18 ตารางวา มีครู-อาจารย์ 63 คน ครูอัตราจ้าง 12 คน พนักงานราชการ 2 คน มีจำนวนนักเรียน 1,589 มีนักการภารโรง 3 คน พนักงานขับรถ 1 คน
สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน
  • ปรัชญาโรงเรียน : สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา บูชาคุณธรรม นำชุมชน
  • สีประจำโรงเรียน : สีเลือดหมู และสีเหลือง
  • ตราประจำโรงเรียน : ตราประจำโรงเรียนมีสัญลักษณ์และความหมาย ดังนี้
    • ดวงเทียน : ครูผู้ให้ความรู้แก่นักเรียน
    • รัศมี : แสงสว่างนำทางนักเรียนและชุมชน
    • ธมฺมจารี สุขํ เสติ : ความหมาย ผู้ประพฤติธรรมย่อมเป็นสุข
    • ภูเขา ท้องฟ้า เมฆ : ธรรมชาติที่รอบล้อมโรงเรียน
    • ต้นกล้า : นักเรียนทุกคนที่กำลังเติบโตเป็นอนาคตของชาติ
  • ต้นไม้ประจำโรงเรียน : ต้นประดู่แดง
  • เพลงประจำโรงเรียน : มาร์ชม.ว.

วิถีไทย วิถีโคนม (คาวบอย)

ปรัชญาของโรงเรียน

สามัคคี   มีวินัย  ใฝ่ศึกษา  บูชาคุณธรรม  นำชุมชน
สามัคคี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลกว่า 50 ปี ด้วยการพระราชทานอาชีพ
การเลี้ยงโคนมให้แก่ปวงชนชาวไทย  และปลูกฝังการเลี้ยงโคนมให้มั่นคงยั่งยืน  ด้วยเป็นอาชีพที่นอกจาก
จะสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนแล้ว  ยังเป็นอาชีพที่ต้องมีความร่วมมือ ร่วมใจ โดยมีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็น
สหกรณ์ อันก่อให้เกิดความสามัคคีของคนในชุมชน
มีวินัย
อาชีพการเลี้ยงโคนม นอกจากต้องใช้ความอดทนแล้ว ยังต้องมีวินัยในตนเอง เช่น การตื่นตั้งแต่เช้า
เพื่อรีดนม การให้อาหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องทำให้ตรงเวลาและสม่ำเสมอ เนื่องจากมีผลต่อปริมาณผลผลิต
ของน้ำนมที่จะได้
ใฝ่ศึกษา
เกษตรกรที่เลี้ยงโคนมต้องเป็นผู้ใฝ่ศึกษา โดยหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เกี่ยวกับ
เทคโนโล่ยีใหม่ ๆ ทั้งเรื่องของการป้องกันโรค หรือเพิ่มผลผลิตของปริมาณน้ำนม และยังเป็นการช่วย
ประหยัดแรงงานในอนาคต
บูชาคุณธรรม
อาชีพการเลี้ยงโคนมนอกจากจะเป็นอาชีพพระราชทานที่เกษตรกรทุกคนต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแล้ว
ยังต้องประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม โดยไม่ใส่น้ำหรือแป้งปลอมปนไปกับน้ำนม เพียง
เพื่อหวังให้ได้ปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น
นำชุมชน
ความสำเร็จที่ได้จากการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนม ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของคนในชุมชน
ทั้งในเรื่องของฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น  ทั้งในเรื่องของความสามัคคี ตลอดทั้งนำพาให้ชุมชนเป็นชุมชน
ที่เข้มแข็งและพึ่งตนเองได้

    วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

    อดิศักดิ์ ไกรษร

        
    วันเกิด:1 ก.พ. 1991 (อายุ 23)
    เกิดที่:Buriram, Thailand
    สัญชาติ:ไทย
    ส่วนสูง:179 cm.
    น้ำหนัก:72 Kg.
    ตำแหน่ง:กองกลาง
    หมายเลขเสื้อ:9
    ทีมชาติ:ไทย U-23

    อดิศักดิ์ ไกรษร เกิดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 เป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มต้นมีชื่อเสียงกับการเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนและพาทีม "ชงโคสีม่วง" คว้าแชมป์ระดับขาสั้นมากมาย ก่อนที่จะถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ของไทยลีก คว้าตัวไปร่วมทีมในฐานะนักเตะเยาวชน แต่ด้วยวัยเพียง 18ปี อดิศักดิ์ ไกรษร ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นเบียดสู่ทีมชุดใหญ่ของ"กิเลนผยอง"ได้ ทำให้ถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ ภูเก็ต เอฟซี ซึ่งตอนนั้นเพิ่งเริ่มสร้างทีมในระดับ ดิวิชั่น 2 แม้ปีแรกจะยังไม่สามารถพา ภูเก็ตเอฟซี ให้ยิ่งใหญ่ได้ แต่ในปีต่อมาเข้าสามารถพาทีม "กิเลนทะเลใต้" เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น1 ได้สำเร็จ
    ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีความต้องการที่จะได้ อดิศักดิ์ ไกรษร ไปร่วมทีมจึงไปทำเรื่องขอไปยังทีมเอสซีจี เมืองทองฯ จนในที่สุด "เจ้ากอล์ฟ" ก็ได้ย้ายไปร่วมทัพ "ปราสาทสายฟ้า" นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และมีส่วนร่วมกับความสำเร็จของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่พอมาในปี พ.ศ. 2557 หลังจบฤดูกาลได้มีการประกาศแลกตัวนักเตะ ระหว่าง สโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ดกับสโมสรบีอีซีเทโรศาสน ซึ่งตัวนักเตะที่แลกก็คือ อดิศักดิ์ ไกรษร และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ทำให้ ปัจจุบัน อดิศักดิ์ ไกรษร เล่นอยู่กับสโมสรบีอีซีเทโรศาสน

    วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

    คำศัพท์ภาษาอังกฤษ


    1.Accident     (แอ๊คซิเด็นท)     อุบัติเหตุ



    2.Benner    (แบ๊นเน่อร์)     ธง,ป้าย


    3.Clown     (คราวน์)      ตัวตลก


    4.Dew    (ดิว)    น้ำค้าง


    5.Gold   (โกลด์)    ทองคำ


    6.Marine     (มารีน)    ทะเล


    7.Nutrition      (นิ้วทริชั่น)     โภชนาการ


    8.Pearl    (เพิร์ล)     ไข่มุก




    9.tattoo (แท๊ททู) รอยสัก


    10.Hipster jeans   (ฮิปสเทอร์ จีนส์)         กางเกงยีนส์ขาม้า

    วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

    เย็น เย็น น้ำจับเลี้ยง อิชิตัน มีสิ่งแปลกปลอมนะ..รู้ยัง




    ส่งท้ายปีเก่า ได้รับของขวัญจาก เย็น เย็น จับเลี้ยง อิชิตัน ซึ่งซื้อมาจาก เซเว่นสาขาปั้มน้ำมัน ระหว่างทางกลับบ้าน จาก กทม. มา สระแก้ว ด้วยความนั่งรถมาจากอนุสาวรีย์ อากาศร้อนและหิวน้ำมาก รถก็จะออก ก็เลยไม่ได้ดื่มน้ำ ก็ขึ้นรถไปเลย พอดีรถตู้จอดเติมแก๊ส และให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำ ผมก็เลยแวะ ไปซื้อน้ำดื่มที่เซเว่น น้ำที่ผมเลือกมา ก็ เย็น เย็นจับเลี้ยง อิชิตัน ซึ่งปกติ ผมดื่มประจำอยู่แล้วครับ ของคุณตัน ดีจริง ผมก็ไม่คิดอะไรมาก หยิบขวดใหญ่มา แลัวไปจ่ายตัง พอชำระเงินเรียบร้อย รถตู้มาพอดี ก็เลยรับขึ้นรถ แล้วเปิดดื่มแบบรวดเดียวไปครึ่งขวด แต่ตอนที่ดื่มเข้าไปรู้สึกว่า เหมือนมีอะไรลื่นๆ ไหลเข้าคอไปด้วย ด้วยความกระหายเลยไม่ได้สังเกตุ หลังจากยกซดไปแล้ว ผมว่ารสชาติมันแปลกๆ ทำไมรสชาติไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ทันละ หมดไปครึ่งขวดละ ผมก็เลยตัดสินใจ ไม่ดื่มต่อ แต่เก็บส่วนที่เหลือไว้ ระหว่างทาง ผมเริ่มปวดท้อง แต่ไม่มากอะไร พอถึงบ้านผมรีบดื่มน้ำเนอะๆ แล้วก็ไปหายามาทานก็หายปวดท้องแล้วครับ  แล้วถ่ายคลิปไว้ตามที่แนบครับ แล้วสิ่งที่ผมกินไปคืออะไรกันแน่ครับ ถ้าคุณตันเห็นข้อความนี้ หรือพนักงานก็ได้ครับ ช่วยตรวจสอบให้หน่อยนะครับ เผื่อยังมีขวดอื่นที่เป็นแบบนี้ครับ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ช่วยตรวจดูหน่อยนะครับ ส่วนผู้บริโภคก่อนดื่มหรือทาน โปรดตรวจดูก่อนนะ
    มีคลิปให้ชม กันด้วยนะ
    http://pantip.com/topic/33044413

    ผลไม้ที่ชอบ คือ มะเขือเทศ


    มะเขือเทศ





    ประโยชน์ของมะเขือเทศ

    1. ประโยชน์ของมะเขือเทศช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน
    2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย
    3. น้ำมะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
    4. ช่วยเสริมคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง
    5. มีวิตามินเอซึ่งมีส่วนชวยบำรุงสายตา
    6. มะเขือเทศ มีบีตาแคโรทีน และฟอสฟอรัสในปริมาณมาก
    7. มะเขือเทศช่วยในการรักษาสิว ด้วยการนำน้ำมะเขือเทศมาพอกผิวหน้า หรือฝานบางๆแล้วนำมาแปะหน้าก็ได้
    8. ช่วยทำให้ผิวหน้าเต่งตึงสดใส ด้วยการนำน้ำมะเขือเทศมาพอกผิวหน้า หรือฝานบางๆแล้วนำมาแปะหน้าก็ได้
    9. มะเขือเทศใช้นำมาทำเป็นน้ำผลไม้ โดยน้ำผลไม้ที่ขึ้นชื่อก็คือ น้ํามะเขือเทศดอยคํา
    10. เป็นที่นิยมนำมาทำเป็นอาหารได้หลายเมนู เช่น ข้าวผัด ซุป ยำต่างๆ เป็นต้น
    11. ช่วยใหร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหอบหืดได้มากถึง 45%
    12. ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หริออัลไซเมอร์
    13. ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน
    14. ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด
    15. มะเขือเทศมีฤทธิ์ในการช่วยขับปัสสาวะ
    16. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
    17. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
    18. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเส้นเลือดตีบ การเกิดโรคหัวใจวาย สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
    19. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
    20. ช่วยในระบบย่อยในกระเพาะอาหารและช่วยในการขับถ่ายอุจจาระได้สะดวก
    21. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา หรือเชื้อราที่ปาก
    22. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งลำไส้
    23. ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% หากรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำ
    24. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ ในเพศหญิง
    25. ซอสมะเขือเทศหมักผม ด้วยการใช้มะเขือเทศหมักผมจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนไปของสีผม อันเนื่องมาจากการว่ายในน้ำในสระที่มีคลอรีน
    26. ซอสมะเขือเทศนำมาใช้ขัดเครื่องประดับเงินชิ้นโปรดของคุณให้เงางามเหมือนเดิมได้ ด้วยนำซอสมะเขือเทศมาถูแล้วล้างน้ำออก
    27. ซอสมะเขือเทศช่วยในการดับกลิ่นคาว เศษอาหาร กลิ่นปลาสลิดได้เหมือนกันนะ เพียงแค่เปิดฝาซอสทิ้งไว้ 1 คืนเท่านั้น
    28. ซอสมะเขือเทศช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังจากการหกล้ม หรือถูดมีดบาดได้

    อาหารที่ชอบ คือ เปาะเปี๊ยะทอด


    เปาะเปี๊ยะทอด





    ส่วนผสมของ สูตรอาหาร เปาะเปี๊ยะทอด
    รากผักชีหั่น  1  ช้อนโต๊ะ
    - กระเทียมไทยกลีบเล็ก  7 กลีบ
    - พริกไทยป่น  1/2  ช้อนชา
    - น้ำมันพืช  3 ช้อนโต๊ะ
    - เนื้อหมูส่วนสะโพกสับละเอียด  1/2  ถ้วย
    - วุ้นเส้นแช่น้ำจนนุ่มตัดท่อนสั้น  2 ถ้วย
    - แครอทหั่นเส้นยาว  1/2  ถ้วย
    - เห็ดหูหนูดำหั่นเส้น  1/2  ถ้วย
    - ซีอิ๊วขาว  3 ช้อนโต๊ะ
    - น้ำตาลทราย  1 ช้อนโต๊ะ
    - ต้นหอมซอย  3  ช้อนโต๊ะ
    - แผ่นเปาะเปี๊ยะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว  500 กรัม
    - ไข่ขาว  1  ฟอง
    - น้ำมันพืช  3  ถ้วย
    - แตงกวาสไลด์แผ่นบาง
    - ไม้ค็อกเทลสำหรับเสียบ

    อาหาร วิธีทำ เปาะเปี๊ยะทอด
    1. ทำน้ำจิ้มโดยเคี่ยวน้ำตาล น้ำส้มสายชู และเกลือ เข้าด้วยกันในหม้อใบเล็กด้วยไฟอ่อนจนมีลักษณะข้นเล็กน้อย ปิดไฟ พักให้อุ่น ใส่พริกชี้ฟ้าสีแดง คนให้เข้ากัน พักไว้
    2. ทำไส้โดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันจนละเอียด จากนั้นใส่ลงผัดกับน้ำมันในกระทะไฟกลางจนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อหมู ผัดเข้าด้วยกันพอสุก ใส่วุ้นเส้น แครอท และเห็ดหูหนู ผัดให้สุกทั่ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาล ใส่ต้นหอม ผัดพอทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จาน พักให้เย็น
    3. วางแผ่นเปาะเปี๊ยะ 1 แผ่นบนจานแบน ตักไส้ 2 ½ ช้อนโต๊ะ ที่ด้านหนึ่งของแผ่น เกลี่ยไส้เป็นแนวยางโดยเว้นริมแผ่นแป้งด้านนั้น แล้วเว้นริมแป้งด้านซ้ายและด้านขวาข้างละ 1 นิ้ว จากนั้นพับริมทั้งสามเข้ามา แล้วม้วนเป็นแท่งกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 ซม. ทาริมด้านที่เหลือด้วยไข่ขาว ห่อแบบนี้จนไส้หมด
    4. ตั้งน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่เปาะเปี๊ยะลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน ทอดจนหมด
    5. การเสิร์ฟ ม้วนแผ่นแตงกวาสไลซ์กับเปาะเปี๊ยะทอด เสียบด้วยไม้ค็อกเทล จัดใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม

    ส.ค.ส merry christmas and happy new year



     



    May this Christmas end the present year
              on a cheerful note and make way
              for a fresh and bright new year.
              Here's wishing you a
              Merry Christmas and a Happy New Year!